25550619

ป่นปลาทู ::: น้ำพริกปลาทูอีสาน

Saturday: Social
สลัดช่วยเรา >> สร้างสังคมยั่งยืน


[] ปลาทูที่เปี่ยมไปด้วย"วิตามินดี" ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสเข้าลำไส้เพื่อนำไปสร้างเสริม และซ่อมแซมกระดูก และฟัน ทั้งยังช่วยรักษาระบบประสาท และการทำงานของหัวใจให้อยู่ในสภาพที่ดีสม่ำเสมอ [] อ่านต่อ

ส่วนผสม :
1. ปลาทู
2.ข่า
3. พริกสด
4. พริกหนุ่ม
5. หอมแดง
6. กระเทียม
7. น้ำปลา
8. มะนาว

วิธีทำ :
1. ทอดปลาทู หรือจะย่างเอาก็ได้
2. เอาพริกสด พริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม และข่าหั่นเป็นแว่นๆ เอาลงไปคั่วในกระทะ
3. คั่วเสร็จแล้ว เอาออกจากกระทะ แยกเป็นส่วนๆ แบ่งเห็ดไว้ต่างหาก
3. เอาข่าลงไปตำให้ละเอียดก่อน แล้วตามด้วยพริกหนุ่ม ต่อด้วย พริก หอม กระเทียม ที่คั่วเสร็จแล้ว ตำให้ละเอียดพอประมาณ แต่ปีศาจเกิบไม่ชอบให้ละเอียดมาก จากนั้นก็นำเห็ดฟางลงไปตำอีกที ไม่ชอบตำเห็ดฟางละเอียดนัก ชอบกินแบบที่ยังเป็นชิ้นๆอยู่
4. จากนั้นแกะเนื้อปลาทูลงไปตำ
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว ผงชูรสนิดเดียว และลงไปตำอีกพอเข้ากันดีเสร็จแล้วตักใส่ถ้วย รับประทานกันผักสด ผักลวก และไข่ต้ม

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=terrace&month=14-12-2007&group=8&gblog=14

นมถั่วแดง ::: เส้นใยดีช่วยลดน้ำหนัก

Friday: Smart 
สลัดช่วยเรา >> สง่างาม

[] ถั่วแดงช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยในการบำรุงระบบประสาท บำรุงลำไส้ ลดอาการบวมน้ำ ช่วยขับปัสสาวะ นอกจากนั้น ถั่วแดงยังมีทั้งสารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามีนเอ บี ซี และเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของเส้นใยอาหารสูงมาก ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ดี [] อ่านต่อ


ส่วนผสม :
- ถั่วแดงดิบ 1 ถ้วยตวง
- น้ำสะอาด 7-8 ถ้วยตวง
- สำหรับแช่ถั่วอีกพอควร
- น้ำตาล ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ :
1. ล้างถั่วแดงให้สะอาด แล้วแช่น้ำร้อนไว้สัก 3-4 ่ชั่วโมง จนถั่วพองอย่างในรูปใช้ได้
2. เอาถั่วใส่เครื่องปั่น พร้อมน้ำสะอาด เราแบ่งถั่วเม็ดปั่น 3 ครั้ง ใส่น้ำครั้งละ1 ถ้วยตวง
3. ปั่นเสร็จก็เทใส่ผ้าขาวกรองกากออก กากที่กรองครั้งแรกไม่ละเอียดไม่เป็นไร
4. นำกากที่ได้ก็เอาเข้าไปปั่นอีก ปั่นรอบสอง เราแบ่งกากถั่วใส่ทีละครึ่ง พร้อมน้ำ 1 1/2 ถ้วยตวง ปันเสร็จแล้วได้กากละเอียดประมาณนี้
5. กรองแล้วบีบน้ำออกให้หมด ถ้ากากไม่ละเอียด ก็ปั่นได้อีก เราปั่นรอบที่สามนี้ใส่กากถั่วลงไปหมด แล้วเติมน้ำลงไป ๒ ถ้วยตวง ปั่นออกมาจะได้กากละเอียดมากๆอย่างรูปล่างด้านซ้าย (ไม่ต้องทิ้งเอากากถั่วไปทำอาหารหรือขนมได้ตามชอบ )
6. น้ำนมถั่วแดงที่ได้ ก็กรองอีกรอบให้หมดกากถั่วจริงๆ แล้วใส่หม้อตั้งไฟค่อนข้างอ่อน
7. ต้มและคอยคนด้วยกันก้นหม้อไหม้ ถ้ามีใบเตยหอม ก็หั่นใส่ลงไปด้วยสัก 2 ใบก็ได้ ช่วยให้นมมีกลิ่นหอมของใบเตยด้วย
8. ต้มให้เดือดสักพักจนหมดกลิ่นถั่วใช้ได้
9. ตักใบเตยออก แล้วก็ตักนมถั่วแดงใส่ถ้วย จะเติมน้ำตาลลงไปด้วยก็ได้

ขอบคุณ : http://rueanthai2.lefora.com/2009/03/15/20090315000830/

ตำมั่วซั่ว ::: ร้านครกไม้ไทยลาว กทม.

Thursday: Mind 
สลัดช่วยเรา >> ใจเยือกเย็น

[] ตำมั่วซั่ว ใส่ทั้งเส้นขนมจีน แคปหมู ปู หมูยอและผักต่างๆ รสออกเผ็ดมาก ทานไปคำก็ต้องทานน้ำตามไปด้วย แต่ก็อร่อยดี []



ร้านครกไม้ไทยลาว :
8 ซอยลาดปลาเค้า 24 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
โทร. 02-570-6234-5 มือถือ 089-135-1230 แฟ็กซ์ 02-570-6235 http://www.crokmaithailao.com/


แผนที่ : 



ขอบคุณ : http://lollipops26.blogspot.com/2010/03/blog-post_7444.html

25550614

เมี่ยงปลาทูทอด ::: อิ่มผักคลุกเคล้าไอโอดีน

Wednesday: Healthy 
สลัดช่วยเรา >> แข็งแรง

[] ปลาทูมีสารโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ที่ช่วยเสริมสร้างเด็กให้เจริญเติบโต และช่วยบำรุงทำให้สมองแข็งแรง ตลอดจนในผู้สูงอายุ ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม โอเมก้า 3 สามารถเข้าไปช่วยปรับสมดุลและทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ []

ส่วนผสม :
- ปลาทูทอด 2 ตัว (กะจำนวนคนทาน)
- ขนมจีน หรือ เส้นหมี่ขาวลวก
- ผักต่างๆที่หาได้ ( ผักกาดหอม,ผักกาดขาว,ชะพลู,ต้นหอม,ผักชี,สะระแหน่,ผักแพว)
- ถั่วลิสงคั่ว
- ขิงอ่อนหั่นลูกเต๋า
- หอมแดงหั่นลูกเต๋า

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
- พริกขี้หนูสวน (เผ็ดมากเผ็ดน้อยตามความสามารถของผู้ทาน)
- กระเทียม
- น้ำตาลน้ำตาลทรายก็ได้เหมือนกัน)
- น้ำปลา
- มะนาว
- เกลือนิดหน่อย
- รากผักชี

วิธีทำน้ำจิ้ม
ตำพริกขี้หนู กระเทียม รากผักชีเข้าด้วยกันจนละเอียด ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา เกลือ และมะนาว ชิมรสตามชอบ

วิธีรับประทาน

ใช้ผักกาดหอมรองก่อนตามด้วยเครื่องเคียงต่างๆปลาทูแล้วราดน้ำจิ้มห่อคำใหญ่คำเล็กตามความกว้างของปากคนทาน

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kitchenboss&group=1

ยำกระท้อน ::: กินดีเสริมใยอาหาร

Tuesday: Beauty
สลัดช่วยเรา >> สวยงาม

[] กระท้อนกระท้อนมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินเอและซี ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิว ป้องกันหวัดและโรคลักปิดลักเปิด มีเพกติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำอยู่สูง จึงดีต่อระบบขับถ่ายและเป็นยาระบายอ่อนๆ   [] อ่านต่อ


ส่วนผสม :     
- กระท้อน (เปรี้ยวหรืออมเปรี้ยวอมหวานก็ได้) 2 ผล
- เนื้อหมู 100 กรัม
- กุ้งชีแฮ้ 5-6 ตัว
- มะพร้าวขูดคั่วจนหอมเป็นสีน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบๆ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูโขลก 2 ช้อนชา
- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเกลือ 2 ถ้วย
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1. ปอกเปลือกกระท้อน แช่น้ำเกลือสัก 10 นาที นำมาสับให้รอบแล้วแช่น้ำเกลืออีก 5 นาที แล้วนำมาบีบให้แห้ง ฝานเอาแต่เนื้อ
2. นำเนื้อหมู เนื้อกุ้ง ย่างไฟอ่อนๆพอสุก
3. ปอกเปลือกกุ้งหั่นบางๆ ส่วนเนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพักไว้
4. ผสมน้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาวเข้าด้วยกัน ใส่พริกขี้หนู คนให้เข้ากัน เพื่อใช้สำหรับเป็นน้ำปรุงรส
5. ใส่เนื้อกระท้อนในชามสำหรับยำ ตามด้วยเนื้อกุ้ง เนื้อหมู เคล้าให้ทั่วใส่น้ำปรุงรส เคล้าให้เข้ากัน ใส่หอมเจียว กระเทียมเจียว มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง เคล้าเบาๆให้ทั่ว ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณ : http://siweb.dss.go.th/otop/show_subhead.asp?tableaid=87&aid=802

สลัดเป็ดย่าง ::: กินน้อยๆ แต่พองาม

Monday: Young 
สลัดช่วยเรา >> อ่อนวัย

[] เนื้อเป็ดเหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ กินไม่ค่อยได้ ท้องผูก มีไข้ต่ำและมีอาการบวมน้ำ แต่มีปริมาณคลอเรสเตอรอลมากกว่าเนื้อสัตว์อื่น จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และคนอ้วน []

ส่วนผสม :
- เป็ดย่าง หั่นแต่เนื้่อ  200 กรัม
- ผักกาดแก้ว  แตงร้านขูดเส้นใหญ่ ๆ  แครอมขูดเส้นใหญ่ ๆ  ตามชอบ
- หอมแดงสับ 3 ชต.
- ซ็อสวู๊ดเตอร์  1 ชต.
- น้ำมันมะกอก / น้ำมันสลัด  3 - 4 ชต.
- น้ำส้มบอลซามิค  5 ชต.
- น้ำตาลทราย 1 ชต.
- เกลือ ครึ่งช้อนชา

วิธีทำ :
1. ใส่น้ำส้มลงในอ่างผสม เกลือป่น น้ำตาลทราย หอมแดงสับ ใส่ลงไป  แล้วคนให้เข้ากัน บีบมะนาวลงไป 1 ชิ้น
2. เติมน้ำมันมะกอก ซ็อสวู๊ดเตอร์ แล้วใส่แครอท แตงร้านขูด และเป็ดย่าง ใส่มะเขือเทศคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. เรียงผักกาดแก้วบนจาน ตักส่วนผสมเป็ดกันน้ำสลัดบาง

ขอบคุณ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/07/D8060837/D8060837.html



เยลลี่วอดก้า ::: สวยหอมหวานต้านมะเร็ง

Sunday: Global 
สลัดช่วยเรา >> รักษาโลกสวย


[] เยลลี่อุดมไปด้วยเพกติน ใยอาหารธรรมชาติที่พบในผักผลไม้ เมื่อผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นเยลลี่ เพกตินจะปล่อยโมเลกุลชนิดหนึ่งออกมาซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเติบโตของ มะเร็งอย่างได้ผล []

ส่วนผสม :
- ผงเยลลี่ 1 กล่อง (เลือกสีตามชอบใจ)
- น้ำ 1 ลิตร
- วอดก้า (finlandia vodka รสธรรมดา)
- ผลไม้ตามชอบใจ

วิธีทำ :
1.ใส่น้ำลงหม้อ 1 ลิตร ตั้งไฟ จนน้ำเกือบร้อน
2.ใส่ผงเยลลี่เข้าไป แล้วคนให้น้ำงวดแบบใสใส
3.ปิดแก๊ส! รอให้เย็นสัก 3 นาที แล้วค่อยเติม วอดก้าลงไป
4.ตักใส่แก้ว เลือกแก้วที่มีอยู่
5.แช่เย็น รอ "แข็ง" หรือ ประดับผลไม้ ใส่เยลลี่ลงแก่hวไปก่อนครึ่งนึง แล้วไปแช่เย็นจนแข็ง จากนั้นเอามาใส่ผลไม้ เต็มเยลลี่ที่เหลือให้เต็มแก้ว แช่เย็นใหม่อีกรอบ รอแข็ง



ขอบคุณ : http://nichieme.multiply.com/journal/item/48/Jelly-Vodka-

25550606

ซุปงาดำ ::: ชะลอวัย บำรุงผิวสวย

Wednesday: Healthy 
สลัดช่วยเรา >> แข็งแรง

[] งาดำชะลอความแก่ เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างน่ามหัศจรรย์เลยทีเดียวอันเป็นเพราะงาดำนั้น มีสารอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น วิตามินเอ บีรวม ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วน ประกอบของชั้นผิวหนังแท้ และวิตามินอี ในงาดำยังช่วยซ่อมแซมผิวและยังสร้างภูมิคุ้มกันใหักับผิวทั้งยังช่วยเก็บ ออกซิเจนและลดคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้ว []



ส่วนผสม :
- ลูกเดือย 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 5 ชั่วโมง(ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง)
- ถั่วแดง 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 5 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง)
- เม็ดบัว 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 3 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง)
- ข้าวกล้อง 2 ถ้วยตวง แช่น้ำธรรมดา 2 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง)
- ข้าวโอ๊ต 1 1/2 ถ้วยตวง
- จมูกข้าว 1 ถ้วยตวง
- งาดำป่น 2 ถ้วยตวง
- ครีมเทียม 1 ถ้วยตวง
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ :
1. นำลูกเดือย ถั่วแดง เม็ดบัว ข้าวกล้อง มาต้มรวมกันจนสุกน้ำงวด โดยใส่น้ำประมาณ 8 ถ้วย
2. นำมาแบ่งปั่นแล้วกรองกากโดยที่ร่อนแป้ง แล้วนำกากมาปั่นรวมกับที่จะปั่นอีกครั้งหนึ่ง ใส่น้ำระหว่างปั่นด้วยประมาณ 2 ลิตร หลังจากกรองเสร็จจะได้น้ำธัญพืชข้นๆ ดังภาพ
3. นำข้าวโอ๊ต จมูกข้าว งาดำป่น ครีมเทียม มาผสมลงไปในหม้อน้ำธัญพืชข้นๆ ใส่เกลือ น้ำผึ้งชิมรสตามชอบใจ
4. นำไปตุ๋นประมาณ 1/2 ชั่วโมง ตักเสริฟได้เลย เวลาเสริฟโรยหน้าด้วยถั่วเขียวทอด

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buddy&month=10-2005&date=26&group=6&gblog=123

25550601

น้ำแพชชั่นฟรุตผสมแอปเปิ้ล ::: บำรุงกำลังย่อยไขมัน

Friday: Smart 
สลัดช่วยเรา >> สง่างาม

[] แพชชั่นฟรุตแก้ปวด บำรุงปอด ส่วนแอปเปิลช่วยแก้กระหายน้ำ บำรุงกำลัง ละลายเสมหะ ช่วยระบาย และอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด  และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน [] อ่านต่อ

ส่วนผสม:
- แฟชชั่นฟรุต 3-5 ผล
- อปเปิล ครึ่งผล
- น้ำอัดลมสไปร์ 1 ถ้วยตวง (ใช้น้ำหวานแทนก็ได้)
- น้ำแข็ง 4 แก้ว
- เกลือนิดหน่อย

วิธีทำ :
1. ปอกเปลือกแอปเปิลหั่นเป็นชั่นเล็ก ๆไว้ แช่ในน้ำเกลือจะได้ไม่ดำ
2. ผ่าผลแพชชั่นฟรุต เอาช้อนตักแคะเอาเนื้อข้างในออกไปกรองเอาน้ำ อยากได้น้ำเยอะและง่ายก็ผสมน้ำ(สไปร์)ลงไปด้วย
3. เอาน้ำแข็งไปเทใส่เครื่องปั่น ตามด้วยใส่ทุกอย่างลงไป น้ำแพชชั่นฟรุตผสมน้ำสไปร์ เหล้ายิน เนื้อแอปเปิล เหยาะเกลือนิดหน่อย ปั่นเอาให้ละเอียด ได้ปริมาณหนึ่งเหยือก


ขอบคุณ : http://www.foodietaste.com/recipe_kitchen.asp?id=1839

25550519

น้ำพริกปลาร้า ::: คุณค่าสูงคู่ครัวไทย

Saturday: Social
สลัดช่วยเรา >> สร้างสังคมยั่งยืน

[] ปลาร้าให้คุณค่าด้านสารอาหารค่อนข้างสูง คือ ให้โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ โดยเฉพาะปลาร้าที่ทำมาจากปลาช่อน [] อ่านต่อ



ส่วนผสม :
- ปลาดุกอุย หนัก 200 กรัม     1 ตัว
- น้ำปลาร้า     1 ถ้วย
- พริกขี้หนูสด     10 เม็ด
- หอมแดง     5 หัว
- กระเทียม     1 หัว
- น้ำมะนาว     3 ช้อนโต๊ะ
- ผักชี     1 ต้น
 -ผักสด แตงกวา มะเขือ ถั่วผักยาว ยอดกระถิน    

วิธีทำ :
1. ต้มน้ำปลาร้าให้เดือด
2. ขูดเมือกปลาดุกออก ควักไส้และเหงือกทิ้ง ล้างให้สะอาด ใส่ในหม้อต้มกับน้ำปลาร้า ต้มจนปลาดุกสุก ยกลง
3. เผา หอม กระเทียม พริก แล้วปอกเปลือกหอม กระเทียม โขลกรวมกันกับพริก
4. แกะเนื้อปลาดุกอุยใส่ลงโขลกด้วย เติมน้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว รับประทานกับผักสด

ขอบคุณ : http://www.horapa.com/content.php?Category=Thai&No=956

BUTTER HEAD ::: ผักสลัดรสชาดหวานกรอบ

Friday: Smart 
สลัดช่วยเรา >> สง่างาม

[] BUTTER HEAD (บัตเตอร์เฮด) ผักสลัดรูปร่างสวยงามคล้ายดอกไม้ รสชาดหวานกรอบมากไม่ขม ทำอาหารได้หลายชนิด สามารถนำมาทำสลัด ผัดน้ำมันหอย ผัดผักรวมมิตร แกงจืด เมี่ยงคำ ทานแกล้มกับยำ และอื่นๆอีกมากมาย []














แนะนำร้านสลัด : Polka Dot Chef’s Salad เป็นมิกซ์สลัด ไควาเระ บัตเตอร์เฮด อะโวคาโด เห็ดย่าง เบคอน กุ้ง มะเขือเทศ คุณค่าทางโภชนาการเพียบเลยครับ และถ้าใครไม่ชอบน้ำสลัดแบบข้นๆ เลี่ยน ต้องชอบแน่ๆ เพราะสลัดจานี้ใช้น้ำแบบใส รสชาติออกเปรี้ยวนำครับ



ขอบคุุณ : http://travel.truelife.com/reviewsdetail/view/LK1302599796

25550517

ตำซั่วใส่มะกอก ::: แซ่บอิ่มท้องไม่บิด

Thursday: Mind 
สลัดช่วยเรา >> ใจเยือกเย็น

[] มะกอกมีผลรสเปรี้ยว ฝาด หวาน แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ธาตุพิการ แก้บิด แก้โรค ขาดแคลเซียม ทำให้ชุ่มคอและแก้กระหายน้ำ []

ส่วนผสม :    
- มะละกอลูกประมาณ 1 จาน
- มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
- ขนมจีน ตามใจชอบ
- กระเทียม  3 กลีบ
- มะเขือเปราะฝานบางๆ ใช้ประมาณ ครึ่งลูก
- มะกอก 1 ลูก
- มะนาว
- น้ำตาลทราย
- น้ำปลา
- น้ำมะขามเปียก 1/2 ช้อนโต๊ะ
- กะปิดี ใช้ประมาณ 1/2 ช้อนชา
- น้ำปลาร้า นำไปเข้าไมโครเวฟก่อน 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1. ตำพริกขี้หนู พริกแห้ง และกระเทียมพร้อมกัน ให้พอแตก แล้วตามด้วย ถั่วฝักยาวที่หั่นไว้แล้ว ตำต่อไปอีก
2. ใส่น้ำตาลทราย และกะปิ ลงไปช่วงนี้ แล้วตำให้แหลก
3. หั่นมะเขือเทศสีดา และมะเขือเปราะลงไป แล้วตำต่อไป
4. ใส่ น้ำมะขามเปียก บีบมะนาว น้ำปลาร้า เหยาะน้ำปลาอีกไปอีกหน่อย ตำเบาๆ แล้วชิมรสดู ปรุงให้รสชาดจัดตามชอบ แล้วใส่เส้นมะละกอลงไป ตำให้เข้ากัน ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pookhakae&month=15-04-2007&group=11&gblog=24


25550516

ขนมจีนน้ำพริกถั่วเขียวกุ้งสด ::: โปรตีนเสริมคลุกเคล้า

Wednesday: Healthy 
สลัดช่วยเรา >> แข็งแรง

[] ถั่วเขียวมีรสมัน แก้ข้อขัด บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน บำรุงกำลัง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาภายนอกโดยใช้เมล็ดถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาตำพอกแผล ช่วยบ่มหนองให้ฝีสุกหรือแก้ฝีได้ [] อ่านต่อ


ส่วนผสม :
- กุ้งสด แกะเปลือกแล้ว (เอาเฉพาะเนื้อ) 800 กรัม
- ถั่วเขียวคั่ว 500 กรัม
- ถั่วลิสงคั่ว 250 กรัม
- กระเทียม 400 กรัม
- หอมแดง 180 กรัม
- รากผักชี 6 ราก
- ผักชีไทย 100 กรัม
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20-30 เม็ด
- มะขามเปียกแบบแกะเมล็ด 2 ปั้นเล็ก
- น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 ถ้วย
- น้ำมะกรูด 3 ช้อนคาว
- น้ำปลาดี 1 ถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ 1400-1600 กรัม
- เกลือ 2 1/2 ช้อนคาว

วิธีเตรียมส่วนผสม :
1. แกะเปลือกกุ้ง ดึงหัวกุ้ง หางกุ้งทิ้งไป เหลือแต่เนื้อกุ้งเอาไว้ นำไปล้างซะ 1 น้ำ แล้วก็เอามาใส่ตะกร้า/กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งน้ำให้เดือด แล้วพอน้ำเดือดจัด ไฟแรง ก็เทกุ้งใส่ลงไป... ทิ้งระยะไว้สักแป๊บ  พอน้ำเดือดอีกครั้ง แสดงว่ากุ้งสุกกำลังดี ก็ตักขึ้นใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำ
3. เทถั่วใส่กระจาดเพื่อคัดเมล็ดเสีย เศษผง เก็บทิ้ง ล้างขี้ฝุ่นขี้ผง 1 น้ำ จากนั้นนำถั่วไปคั่วให้สุก หรือจะอบด้วยไฟ 140 องศาซี ประมาณ 15-20 นาที ก็ได้ พอคั่วให้สุกแล้ว ก็พักไว้ก่อน  (ไม่ต้องเอาเปลือกออก)
4. ถั่วลิสงดิบ เอามาคั่วไฟกลาง หรืออบใช้ไฟประมาณ 150 องศาซี อบประมาณ 20 นาทีนำมาพักไว้ให้คลายความร้อน แล้วบี้ ๆ ให้เปลือกถั่วหลุดออกจากถั่วทุกเม็ด
5. ต้มถั่วทั้งสองอย่าง ให้น้ำมีปริมาณมากหน่อย เพราะว่าพอต้มถั่วไปสักระยะ ถั่วจะพองตัวขึ้น น้ำเดือดเทถั่วใส่ลงไป ใช้เวลาต้มถั่วเขียวประมาณ 50 นาที  ถั่วลิสงประมาณ 1 ชม. กว่า ๆ
6. กระเทียมทั้งหมดมาปอกเปลือก แล้วแบ่งกระเทียมออกเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงหั่นเป็นแว่นบาง ๆ สำหรับนำไปเจียว เพื่อไว้ลอยหน้าน้ำพริก และอีกส่วนสำหรับนำไปคั่ว เพื่อตำเป็นเครื่องน้ำพริก
7. หอมแดงหัวเล็ก นำมาปอกเปลือก ล้างน้ำสักรอบนึง ผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นย่อมๆ  
8. รากผักชีล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปรวมกับกระเทียม หอม ส่วนของเครื่องน้ำพริก
9. นำส่วนของหอม-กระเทียมที่เราเตรียมไว้ไปคั่วในกระทะ โดยใช้ไฟกลาง คั่วไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุก หอม พักไว้ให้อุ่น ๆ หน่อยก็ค่อยนำมาโขลกให้ละเอียด
10. นำกระเทียมส่วนที่เราเตรียมไว้มาเจียวไฟกลางจนกระทั่งมีสีเหลืองอ่อนทั่ว ๆ กัน ตักกระเทียมพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
11. นำพริกแห้งเม็ดใหญ่ ล้างน้ำสัก 1 น้ำ แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งค่ะ จากนั้นนำมาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ นำไปคั่วในกระทะไฟอ่อน แล้วก็นำไปโขลกให้เป็นพริกป่นที่ละเอียดหน่อย  แต่ไม่ต้องถึงกับละเอียดเป็นผง
12. ใช้มะพร้าวขูดในการคั้นเป็นน้ำกะทิให้ความรู้สึกข้น ๆ นำไปตั้งไฟกลาง ตั้งให้เดือดและแตกมันเล็กน้อย ก็ยกลง แล้วพักไว้ก่อน
13. นำน้ำตาลปี๊บไปทำให้เหลว บางคนอาจจะใช้วิธีใส่กาละมังแล้วนึ่งเอา หรือผสมกะทินิดนึง แล้วตั้งไฟให้เหลวก็ได้
14. ใช้ "มะขามเปียก" นำมาแช่น้ำร้อน/น้ำอุ่น ให้มะขามเหลวไปกับน้ำ จากนั้นก็กรอง เอาเฉพาะน้ำมะขาม+เนื้อ

วิธีทำ :
1. นำถั่วเขียว ถั่วลิสง กุ้งต้ม มาโขลกให้ละเอียดทีละอย่าง แต่ไม่ต้องละเอียดมาก แล้วค่อยนำมาผสมรวมกัน
2. นำส่วนผสมที่โขลกไว้ ใส่กาละมังผสม ตามด้วยเครื่องน้ำพริก (หอม+กระเทียม+รากผักชีคั่วที่เราโขลกไว้แล้วเช่นกัน)  แล้วก็ตักกะทิที่เราคั้น+ต้มเอาไว้ ใส่ไปสักประมาณ 5 ถ้วย แล้วก็เอาทัพพีบี้ ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันกับกะทิ
3. เติมเกลือ น้ำตาลปี๊บที่ละลายแล้ว น้ำมะนาว+น้ำมะกรูดที่เราคั้นไว้สด ๆ น้ำมะขามเปียก และน้ำปลาดี
4. คนให้เข้ากันดี ถ้าข้นไป เติมกะทิได้อีก เติมไปจนกว่าจะได้ความข้น/ใส ตามที่เราต้องการ ชิมรสออกหวานนำ เปรี้ยวตาม  และไม่ค่อยเค็ม
5. ตั้งกระทะบนเตาไฟ ใส่น้ำมันลงไปพอประมาณ ราว 1/2 -3/4 ถ้วย พอน้ำมันร้อนดีให้เราปิดไฟ  แล้วนำพริกที่เราเตรียมไว้เทใส่ลงไปทันที  รีบใช้ตะหลิวคน ๆ ให้พริกเข้ากับน้ำมัน ... พอพริกเข้ากับน้ำมันดีแล้วก็นำไปเทลงในกาละมังผสมน้ำพริกเลยค่ะ (จะได้ยินเสียง ฉี่ฉ่าาาาาาาาา อย่างดัง)
6. ใส่กระเทียมเจียวที่เราเจียวเอาไว้ก่อนหน้านี้  ตามด้วยผักชีที่ล้างน้ำสะอาดแล้ว หั่นหยาบนิดนึง  ใส่ลงไป คน ๆ ให้ส่วนผสมน้ำพริกเข้ากัน
7. ทำผักเหมือด (ผักเคียง) ใช้ผัก 4 - 5 อย่าง ก็คือ ผักบุ้งไทยลวกน้ำเดือด ผักสด เช่น ผักกระเฉด ถั่วพู ยอดกระถิน และฝักกระถิน

ขอบคุณ : http://www.pim.in.th/one-dish-food/136-kanomjean-nampric.html

25550515

ยำมังคุด ::: ชะลอวัยไร้คลอเรสเตอรอล

Tuesday: Beauty
สลัดช่วยเรา >> สวยงาม


[] มังคุดมีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระมากกว่า แครอท ราสเบอรรี่ บลูเบอรรี่ ทับทิม ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของ LDL ซึ่งเป็นคลอเลสเตอรอลตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการแก่ได้ด้วย [] อ่านต่อ

ส่วนผสม :
- กุ้งแกะเปลือก 80 กรัม
- พริกขี้หนู 5 เม็ด
- เนื้อมังคุด 80 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 8 หัว
- ใบสะระแหน่ 5-6 ใบ
- ผักชีซอยตกแต่ง
- กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ 15 ใบ

วิธีทำ :
1. ตำพริกขี้หนูให้ละเอียด แล้วนำไปคลุกผสมกับ น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาวให้เข้ากันชิมรสให้ได้เปรี้ยวหวานตามชอบ
2. ลวกกุ้งให้สุก จากนั้นนำไปเคล้าในชามเครื่องปรุงที่ผสมไว้ พร้อมเนื้อมังคุดที่แกะไว้แล้วและเครื่องปรุงทั้งหมด จัดใส่จาน แต่งหน้าด้วยไข่ต้ม ผักตามชอบค่ะ โรยหน้าด้วย ใบสะระแหน่ ก่อนเสิร์ฟ

ขอบคุณ : http://lekkathaifood.blogspot.com/2011/05/blog-post_7170.html

25550514

สลัดปลาทูน่ากับผักร็อกเก็ต ::: อิ่มโอเมก้า 3 กับผักสด

Monday: Young 
สลัดช่วยเรา >> อ่อนวัย


[] ปลาทูน่าเป็นอาหารที่มี โปรตีนสูง ไขมันและโคเลสเตอรอลต่ำ เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ ทั้งวิตามิน B12 ไอโอดีน ฟอสฟอรัส ซิลิเนียม สังกะสี และแคลเซียม อีกทั้งยังให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ คือ โอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ  [] อ่านต่อ


ส่วนผสม : (สำหรับ 1-2 ที่)
- เนื้อปลาทูน่าชิ้นหนาแกะหนังออก 300 กรัม
- ผักสลัดร็อกเก็ต 150 กรัม
- น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ
- พริกไทย
    

เครื่องปรุงน้ำสลัด :
- น้ำส้มบัลซามิก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสลัด 6 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ
- พริกไทยดำบดหยาบตามชอบ

วิธีทำ
1. คลุกเคล้าเนื้อปลาทูน่ากับเกลือและพริกไทยให้ทั่ว นำไปจี่ลงในกระทะพร้อมน้ำมันมะกอก หรือจะจี่ในกระทะเคลือบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันก็ได้ โดยไม่ต้องให้เนื้อปลาสุกมาก เพียงแค่ให้ผิวนอกสุก
2. จัดผักสลัดใส่ลงในจานพร้อมเนื้อปลาที่สไลซ์เป็นชิ้นๆ กะให้หนาพองาม แล้วราดด้วยน้ำสลัดบัลซามิกที่ได้จาการนำเครื่องปรุงน้ำสลัดมาผสมเข้าด้วยกัน พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณ : http://lisaguru.com/foodie-goodie/cooking-v12no17-01




25550512

น้ำบ๊วยเกล็ดหิมะ ::: สุดท้ายแห่งความจิ๊ดจ๊าด

Sunday: Global 
สลัดช่วยเรา >> รักษาโลกสวย

[] บ๊วยเป็นไม้ผลเมืองหนาวในสกุล Rosaceae เช่นเดียวกับผลไม้อย่าง แอ๊ปเปิ้ล สาลี่ ท้อ พลับ หรือลูกพรุน  มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศจีน บ๊วยช่วยเพิ่มกำลัง บรรเทาการอ่อนเพลีย คนเรามีอาการเหนื่อย เพราะกรดในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน เมื่อร่างกายบกพร่องปริมาณของออกซิเจน [] อ่านต่อ 

ส่วนผสม :
- น้ำแข็งยูนิต 10 กิโลกรัม
- น้ำเชื่อมเข้มข้น 2,700 ซีซี
- เกลือป่น   30 กรัม
- กรดมะนาว   30 กรัม
- เนื้อบ๊วย  200 กรัม (บ๊วยฝาแดง)
- น้ำบ๊วย  150 กรัม
- สีน้ำตาลเข้ม 2 ฝา

วิธีทำ :
1. ตวงน้ำแข็งให้เต็มแก้ว 12 ออนซ์ เพิ่มอีกนิดหน่อย เพราะเมื่อปั่นแล้วน้ำเแข็งจะ solf ตัวลง ใส่ลงในโถปั่น
2. ใส่น้ำเชื่อมเข้มข้น เกลือป่น กรดมะนาว เนื้อบ๊วย น้ำบ๊วย สีน้ำตาลเข้ม ลงในโถปั่น
3. ทำการปั่น จนได้น้ำบ๊วยปั่นที่มีรสชาติหอม หวาน อร่อยมาก
4. รินใส่แก้ว เสริฟพร้อมหลอดดูด

ขอบคุณ : http://www.siaminfobiz.com/mambo/content/view/1687/82

น้ำพริกมะขามสด ::: เปรี้ยวเผ็ดกำลังดี

Saturday: Social
สลัดช่วยเรา >> สร้างสังคมยั่งยืน

[] มะขามสด (อ่อน) รสเปรี้ยว ฝาด ช่วยระบาย แก้ท้องอืด บรรเทาอาการไอ ทำให้ชุ่มคอละลายเสมหะ []

ส่วนผสม :
- มะขามอ่อนสดขูด 35 ฝัก (230 กรัม)
- ปลาป่น (อาจใช้หมูแทนได้) ¼ ถ้วย (17 กรัม)
- กระเทียมปอกเปลือกหั่นหยาบ 20 กลีบ (40 กรัม)
- กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ (45 กรัม)
- น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วย (60 กรัม)
- น้ำปลา ¼ ถ้วย (40 กรัม)
- กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
- น้ำมัน 2-3 ถ้วยตวง (100 กรัม)
- พริกขี้หนูสด 50 เม็ด (50 กรัม)
- ผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ขมิ้นขาวอ่อน ถั่วพู

วิธีทำ :
1. โขลกกะปิ กระเทียม ให้ละเอียด ใส่พริกขี้หนู มะขาม กุ้งแห้ง โขลกรวมกันให้ละเอียด
2. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา คลุกให้เข้ากัน
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่หมูบด ใส่น้ำพริกผัดจนปลาป่นสุกหรือเนื้อหมูสุกและน้ำพริกแห้ง ชิมรสให้ได้ 3 รส ตักใส่ถ้วย รับประทานกับผักสด

ขอบคุณ : http://wiki.moohin.com/wiki/

25550511

สาคูไส้กุ้ง ::: เคียงผักชีหอม กรอบพริกสด

Friday: Smart 
สลัดช่วยเรา >> สง่างาม

[] ผักชีช่วยเป็นยาละลายเสมหะ ลดท้องอืดท้องเฟ้อ พริกขี้หนูสดลดน้ำตาล​ใน​เลือด []​

ส่วนผสมไส้กุ้ง :
- กุ้งสับ 1 ถ้วย
- ถั่วลิสงคั่วป่นหยาบ 1/2 ถ้วย
- หัวไชโป๊สับ 1/4 ถ้วย(ใส่มากกว่านี้ก็ได้นะคะ)
- รากผักชีพริกไทย กระเทียม โขลก
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะพูน
- ซีอิ๊วขาว 1 ชต
- เกลือ 1/4 ชช
- น้ำปลา 1/2ชต
- หอมสับ 1 ถ้วย







วิธีทำ :
1. โขลกพริกไทย รากผักชี กระเทียมให้ละเอียด
2. หัวหอมแดงหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
3. ตวง น้ำมันใส่กระทะตั้งไฟ ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไปผัดพอหอม ใส่หัวหอมแดง ใส่กุ้งสับ ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ชิมรสให้มีรสเค็มหวานจัด ผัดต่อไปจนแห้งและเหนียว
4. ยกลงใส่ถั่วลิสงคั่วป่นละเอียด ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานทิ้งไว้จนเย็น

ส่วนผสมสาคู :
- สาคูเม็ดเล็ก 3 ถ้วยตวง
- กระเทียมสับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำมัน 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า

วิธีทำสาคูไส้กุ้ง :
1. กระเทียมสับละเอียด เจียวกับน้ำมันให้เหลือง ตักขึ้น
2. เอา สาคูล้างน้ำ รินน้ำออก ให้มีน้ำเหลืออยู่บ้าง ทิ้งไว้สักครู่ พอสาคูขึ้นจึงนวดเบาๆมือ พอปั้นได้ ถ้าสาคูแห้งไปก็เติมน้ำเล็กน้อย นวดพอเข้ากัน
3. หยิบสาคูมาก้อนหนึ่ง แผ่สาคูให้บางตักไส้ใส่ตรงกลาง เอาสาคูหุ้มไส้ให้มิด
4. ฉีกใบตองปูลังถึง ทาน้ำมันบนใบตองให้ทั่ว หยิบสาคูเรียงใส่ลังถึง อย่าเรียงให้ติดกัน พรมน้ำบนลูกสาคูให้ทั่ว นำไปนึ่งประมาณ 7 นาที เมื่อสุกแล้วยกลง พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ทิ้งไว้สักครู่ เอาสาคูขึ้นจากลังถึง ใส่ถาดที่หล่อด้วยน้ำมัน
5. สาคูไส้กุ้งรับประทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู
6. เวลาจัด หยิบสาคูขึ้นจากถาดน้ำมันใส่จานโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=patchchoy&month=12-05-2008&group=7&gblog=15

ส้มตำปูม้าสด ::: หวานปูสดแซ่บจิ๊ด

Thursday: Mind 
สลัดช่วยเรา >> ใจเยือกเย็น

[] ปูม้ามีวิธีเลือกคือ ใช้นิ้วมือทั้งห้าจับตรงกระดองที่มีตับปิ้งอยู่ เอาหัวแม่มือกดลงตรงตับปิ้ง ส่วนนิ้วทั้งสี่อยู่บนกระดองปู ถ้าปูเนื้่อ
แน่นจะกดตับปิ้งไม่ลง []













ส่วนผสม :
- มะละกอสับ 2 ถ้วย
- ปูม้าสด 2 ตัว
- มะเขือเทศสีดา 2 ผล
- ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
- พริกขี้หนู 6-7 เม็ด
- กระเทียม 4-5 กลีบ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- มะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1.นำปูม้าสดมาล้างให้สะอาดแล้วนำไปแช่ในนตู้เย็น โขลกพริกกับกระเทียมให้ละเอียด
2.ใส่เส้นมะละกอสับลงไป ตามด้วยมะเขือเทศสีดาผ่าครึ่งผล ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนสั้นๆ สัก 4-5 ท่อน ความยาวขนาดเท่าก้านไม้ขีดแล้วใส่ลงไป
3.เอาปูมาสดสับตัวละ 4 ชิ้นพอดีคำ ถ้าตัวเล็กสับเป็น 2 ชิ้นก็พอ
4.ใส่ปูมาลงโขลกเบาๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ และน้ำมะนาวใส่ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว จมรสดูให้ถูกปาก ตักใส่จานเสิร์ฟกับถั่วฝักยาวและกะหล่ำปลีโรยด้วยน้ำแข็งบด กินพร้อมกัยข้าวเหนียวร้อนๆ ไก่ย่าง..อร่อยมาก

ขอบคุณ : http://papayathai.blogspot.com/2011/07/blog-post.html

ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ ::: สูตรเมืองคอนเผ็ดร้อนถึงใจ

Wednesday: Healthy 
สลัดช่วยเรา >> แข็งแรง


[] น้ำยาปักษ์ใต้สูตรนี้เป็นแบบเมืองนครศรีธรรมราช โดยใส่พริกไทยป่นในเครื่องแกงด้วย เพราะให้รสหอมและเผ็ดร้อนดี อาหารใต้ที่รสจัดหรือรสเผ็ดที่สุดจะอยู่ที่นครศรีธรรมราช []

ส่วนผสม :
- ปลาน้ำดอกไม้ 1 กก.
- พริกแกงเผ็ดใต้ 1.5 ขีด
- พริกไทย 1 ช้อน
- กะปิ 2 ช้อน
- ใบมะกรูด เก็บมาจากต้น
- กะทิ 1.5 กก.




วิธีทำ :
1. นำปลาน้ำดอกไม้ไปนึ่งให้สุกก่อน แกะเนื้อปลาออกมา
2. เอาพริกแกงใส่ครก เติมกะปิ พริกไทย และกระเทียมไปอีก 1 หัว ตำให้เข้ากัน ใส่กระเทียมเพิ่มเพราะพริกแกงที่ซื้อมักจะใส่กระเทียมน้อย ตอนนี้ อาจจะเอาเนื้อปลาลงไปตำกับพริกแกงก็ได้ เพื่อให้เนื้อปลาแหลกละเอียด แต่ ชอบทานเนื้อปลาหยาบๆ เลยไม่นำเนื้อปลาลงไปตำ
3. ตั้งหม้อใส่หัวกะทิ เอาพริกแกงลงไปผัดให้หอม เติมเนื้อปลาลงไปผัด
4. พอเดือด เพิ่มน้ำกะทิที่เหลือลงไป ใส่ใบมะกรูด ปรุงรสเค็มด้วยเกลือและน้ำปลา น้ำตาลไม่ต้องใส่ เพราะกะทิมีรสหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว รอจนเดือด ดับไฟทันที น้ำยาใต้จะไม่นิยมให้กะทิแตกมัน
5. แนมด้วยไข่เป็ดต้มยางมะตูม ถั่วงอกลวก ผักกรูด ใบแมงลัก ถั่วฝักยาว

ขอบคุณ : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=chim&month=17-12-2010&group=2&gblog=389